อายุแบตเตอรี่รถยนต์

อายุแบตเตอรี่รถยนต์

อายุแบตเตอรี่รถยนต์ ในปัจจุบัน มีระยะเวลายาวนานเท่าไร แบตเตอรี่รถยนต์แต่ละประเภท มีอายุการใช้งานที่แตกต่างกันจริงหรือไม่ สัญญาณเตือนล่วงหน้าเป็นแบบไหน และ แบตเตอรี่หมด แบตเตอรี่เสื่อม ต่างกันอย่างไร ร้านแบตเตอรี่โอเคค มีคำตอบให้ท่านแล้ว

หลายๆท่านคงอยากรู้ว่า อายุแบตเตอรี่รถยนต์ ในปัจจุบันมี อายุยาวนานเท่าไร  ซึ่งร้านแบตเตอรี่โอเค ได้พบว่า แบตเตอรี่รถยนต์ มีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ย ประมาณ 18 เดือนจะเริ่มเสื่อมสภาพ แต่ถ้าเราค้นหาทางอินเตอร์เน็ต จะเห็นได้ว่าคำตอบของแต่ละท่านมีหลากหลายมาก บางท่านใช้งานได้ไม่ถึงปี บางท่านใช้งานได้ยาวนาน ถึง 7 ปีเลยทีเดียว ซึ่งอายุแบตเตอรี่ ที่แตกต่างกันนั้น ประกอบไปด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ดังนี้

อายุแบตเตอรี่รถยนต์ ทนไม่ทนเกิดจากอะไรบ้าง

อายุแบตรถยนต์

ลักษณะการใช้งานรถยนต์

หลายๆท่านคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า รถยนต์ที่มีการขับขี่บ่อยๆ แบตเตอรี่จะทนกว่า รถยนต์ที่ไม่ค่อยมีการขับขี่ หรือ ขับรถทางไกล แบตเตอรี่จะทนกว่าขับในบริเวณที่รถติด ซึ่ง เป็นความจริงครับ เพราะ ยิ่งใช้รถบ่อยเท่าใด หรือ ขับรถทางไกล จะทำให้ไดชาร์จทำงานได้เต็มที่ สามารถปั่นกระแสไฟเข้าแบตเตอรี่ได้ดีกว่า ทำให้แบตเตอรี่ มีไฟเต็มตลอดเวลา

การดูแลแบตเตอรี่

แบตเตอรี่ทุกประเภท ต้องมีการดูแลบ้าง ไม่ว่าจะเป็น แบตเตอรี่น้ำ แบตเตอรี่ไฮบริด แบตเตอรี่กึ่งแห้ง หรือ แม้แต่แบตเตอรี่แห้ง ก็ตาม โดยแต่ละประเภท มีการดูแลรักษาดังนี้
แบตเตอรี่น้ำ       ควร ดูระดับน้ำกลั่นทุก 1 เดือน   ไม่ควร ลืมเติมน้ำกลั่น เปิดไฟทิ้งไว้
แบตเตอรี่ไฮบริด ควร ดูระดับน้ำกลั่นทุก 6 เดือน   ไม่ควร ลืมเติมน้ำกลั่น เปิดไฟทิ้งไว้
แบตเตอรี่กึ่งแห้ง ควร ดูระดับน้ำกลั่นทุก 12 เดือน ไม่ควร เปิดไฟทิ้งไว้
แบตเตอรี่แห้ง                                                   ไม่ควร เปิดไฟทิ้งไว้
แบตเตอรี่ทุกชนิด ให้ระมัดระวังเรื่อง การลืมเปิดไฟทิ้งไว้ ยิ่งลืมบ่อยเท่าไร อายุการใช้งานของแบตเตอรี่รถยนต์ ก็จะสั้นลงเท่านั้น
แบตเตอรี่ที่มีการดูแลระดับน้ำ โดยเฉพาะ แบตเตอรี่ น้ำ ให้ระวังที่สุดเรื่องการปล่อยให้ระดับน้ำแห้ง เพราะ ถ้าลืม แบตเตอรี่มีโอกาศเสียสูง

การจ่ายไฟของไดชาร์จ

ไดชาร์จคือตัวชาร์จไฟเข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ ถ้าไดชาร์จมีปัญหา ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ ทำให้แบตเตอรี่ มีอายุ ที่สั้นกว่าที่ควรจะเป็น
ถ้าน้อยกว่า 13.0 โวลท์ จะทำให้ ไดชาร์จ ชาร์จไฟเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ ได้น้อย จะเกิดปัญหา แบตเตอรี่ค่อยๆ ไฟอ่อนลงๆ เรื่อย จนสตาร์ทไม่ติดในที่สุด หรือถ้าอาการหนักมากๆ เครื่องยนต์อาจดับกลางถนนได้
ถ้ามากกว่า 14.5 โวลท์ จะทำให้ ไดชาร์จ ชาร์จไฟเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ มากเกินไป อาจเกิดปัญหา แบตเตอรี่บวม ร้อนจัด จนแบตเตอรี่เสียเร็วกว่าที่ควรจะเป็นได้

ยี่ห้อแบตเตอรี่

แบตเตอรี่รถยนต์ แต่ละยี่ห้อ มีสูตรเฉพาะแตกต่างกันไป ลูกค้าควรเลือกแบตเตอรี่ยี่ห้อที่มีชื่อเสียง มีมาตรฐาน มีบริการหลังการขายที่ดี ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มั่นใจได้ว่า อายุแบตเตอรี่ จะไม่สั้นกว่าที่ควรจะเป็นอย่างแน่นอน ซึ่งแต่ละยี่ห้อ จะมีจุดเด่นแตกต่างกัน ดังนี้
แบตเตอรี่รถยนต์ ยี่ห้อ Panasonic จะเด่นในเรื่องความคุ้มค่า แบตเตอรี่กึ่งแห้ง มีคุณภาพที่ดี ทนทาน รับประกัน 12 เดือน
แบตเตอรี่รถยนต์ ยี่ห้อ GS เป็นยี่ห้อที่มีชื่อเสียงมายาวนาน มีแบตเตอรี่ให้เลือกหลากหลาย รับประกัน 12 เดือน
แบตเตอรี่รถยนต์ ยี่ห้อ 3K แบตเตอรี่แบนรต์ไทย กำลังสตาร์ทมาก แบตเตอรี่มีให้เลือกหลากหลายแบบ รับประกัน 12 เดือน
แบตเตอรี่รถยนต์ ยี่ห้อ Puma แบตเตอรี่ที่มีกำลังสตาร์ทสูง เหมาะสำหรับรถที่ต้องการใช้ไฟแรง เป็นแบตเตอรี่แห้ง รับประกัน 12 เดือน
แบตเตอรี่รถยนต์ ยี่ห้อ Bosch แบตเตอรี่แบรนด์เยอรมัน ชนิดแห้งสนิท รับประกัน 15 เดือน
แบตเตอรี่รถยนต์ ยี่ห้อ Amaron แบตเตอรี่ชนิดแห้ง ไฟแรง รับประกันยาวนานที่สุดถึง 2 ปี

ประเภทแบตเตอรี่รถยนต์

แบตเตอรี่รถยนต์แต่ละประเภท มีอายุการใช้งานค่อนข้างใกล้เคียงกัน ถ้าไม่นับปัจจัยภายนอกมาเกี่ยวข้องแล้วเราสามารถเรียงลำดับ อายุของประเภทแบตเตอรี่ จากมากไปน้อย ได้ดังนี้
แบตเตอรี่แห้ง > แบตเตอรี่กึ่งแห้ง > แบตเตอรี่ไฮบริด > แบตเตอรี่น้ำ  (เทียบจากแรงสตาร์ทของแบตเตอรี่แต่ละรุ่น)

อายุแบตรถยนต์

** แบตเตอรี่รถยนต์ใช้ได้กี่ปี ไม่สำคัญ เท่ากับ แบตเตอรี่รถยนต์ใช้ได้กี่กิโลเมตร

แบตเตอรี่รถที่ขับน้อยอายุ 3 ปี แต่ขับได้ 2 หมื่นโล กับ แบตเตอรี่รถที่ขับ ระยะทาง 5 หมื่นโล ภายในปีครึ่ง ลูกค้าคิดว่าแบตเตอรี่คันไหนทนกว่า? คำตอบขึ้นอยู่กับลูกค้าว่าชอบแบบไหน  แต่ถ้าถามทางร้านแบตเตอรี่โอเค ขอตอบว่าแบตเตอรี่คันที่ขับได้ระยะทาง 5 หมื่นกิโลทนกว่า

วิธีสังเกตุอาการก่อนแบตเตอรี่เสื่อม

ก่อนที่แบตเตอรี่จะจากไป จะมีสัญญานเตือนเบื้องต้นก่อนเสมอ ถ้าไม่มีเครื่องวัดโดยเฉพาะให้สังเกตุอาการเบื้องต้นได้ดังนี้

อาการแบตเตอรี่เสื่อม

1.อายุแบตเตอรี่นานเกิน 18 เดือน หรือขับเป็นระยะทางเกิน 3 หมื่นกิโลเมตร

ข้อนี้คือการสังเกตุที่ง่ายที่สุด เมื่ออายุแบตเตอรี่ถึงระยะ 18 เดือน หรือ 3 หมื่นโล เป็นเวลาสมควรที่ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ เพราะไม่สามารถตอบได้เลยว่าแบตเตอรี่ลูกนั้นจะทนไปได้นานอีกเท่าไร จากประสบการณ์ร้านแบตเตอรี่โอเค ลูกค้า สตาร์ทติดตอนเช้า แต่ตอนบ่ายสตาร์ทไม่ได้ ก็มีเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าลูกค้ายังไม่อยากเปลี่ยน สามารถเข้ามาตรวจสภาพที่ร้านแบตเตอรี่โอเค ได้ฟรีทุกสาขา ไม่มีค่าบริการ

2.สตาร์ทอืด สตาร์ทยากขึ้น

จากที่เคยสตาร์ททีเดียวติด แต่เริ่มลากยาวขึ้น นี่ก็เป็นอาการสำคัญว่าใกล้ถึงเวลาได้เปลี่ยนแบตเตอรี่แล้ว แต่ถ้ามีอาการสตาร์ทยาก แต่แบตเตอรี่พึ่งเปลี่ยน ต้องรีบเข้าตรวจเช็ค เพราะอาจจะเกิดจากปัญหาอื่นที่ไม่ใช่แบตเตอรี่ ก็เป็นได้

3.ระบบไฟเริ่มมีอาการผิดปกติ

เช่น แอร์ไม่เย็น กระจกไฟฟ้ากระตุก เลื่อนลงช้า ไฟไม่สว่าง ไฟตก เป็นต้น

เหล่านี้เป็นสัญญานเบื้องต้นที่แสดงถึงอาการแบตเตอรี่เริ่มเสื่อม สามารถดูเป็นแนวทางได้ แต่ถ้าอยากทราบสภาพแบตเตอรี่ของรถ ลูกค้าสามารถเข้ามาตรวจเช็คที่หน้าร้านแบตเตอรี่โอเค ได้ทุกสาขา ไม่มีค่าบริการ

เปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ ลูกต่อไป คิดถึงเรา แบตเตอรี่โอเค

ปัจจุบัน อายุแบตเตอรี่โดยเฉลี่ย ประมาณ 18 เดือน ก็จะเริ่มมีการเสื่อมสภาพ

ลักษณะของวงจร อายุแบตเตอรี่ โดยดูจากค่ากำลังสตาร์ท (CCA) ของแบตเตอรี่ เทียบกับ ค่ากำลังสตาร์ท ที่รถต้องการใช้ ซึ่งถ้าวาดเป็นกราฟแล้วจะเป็นลักษณะดังต่อไปนี้

อายุแบตเตอรี่ปกติ

ลักษณะ อายุแบตเตอรี่ เสื่อมไปเองตามอายุการใช้งาน จากกราฟจะเห็นว่า ค่า CCA จะค่อยๆลดลงเรื่อยๆ ตามอายุการใช้งาน เมื่อใดก็ตามที่แบตเตอรี่เสีย ค่า CCA ของแบตเตอรี่ลูกนั้นๆ จะตกลงไปเรื่อยๆ เมื่อน้อยกว่า ค่า CCA ที่รถต้องการใช้ ก็จะเกิดอาการสตาร์ทรถไม่ติด ซึ่งช่วงสุดท้ายของ อายุแบตเตอรี่ ก่อนที่จะสตาร์ทไม่ติดแบบถาวร ค่า CCA จะมีอาการ เหวี่ยงขึ้นลง ทำให้บางครั้งก็สตาร์ทรถติด บางครั้งก็สตาร์ทรถไม่ติด ถ้ามีลักษณะอาการแบบนี้ ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ได้ เลยครับ
อายุแบตรถยนต์ลักษณะ อายุแบตเตอรี่ เสื่อมไปแล้ว แต่มีการชาร์จไฟเพิ่มเติม จากกราฟจะเห็นว่า ค่า CCA จะต่ำกว่าความต้องการที่รถต้องการใช้ แต่เมื่อมีการชาร์จไฟเข้าไปในแบตเตอรี่เพิ่มแล้ว แบตเตอรี่ลูกนั้น อาจจะมี ค่า CCA ที่สูงขึ้นมา จนทำให้สามารถสตาร์ทรถได้ แต่ไม่นาน ค่า CCA ก็จะตกลงไปอีกครั้ง เราเรียกอาการนี้ว่า แบตเตอรี่เก็บไฟไม่อยู่ ซึ่งก็เป็นลักษณะของแบตเตอรี่เสีย นั่นเอง

ลักษณะ อายุแบตเตอรี่ ไม่เสีย เพียงแค่ไฟหมดเฉยๆ และมีการชาร์จไฟเข้าไป จากกราฟจะเห็นว่า ค่า CCA ลดต่ำกว่าความต้องการที่รถต้องการใช้ อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาการแบบนี้ ส่วนใหญ่ จะเกิดจากการคลายไฟออกจากแบตเตอรี่แบบกระทันหัน สาเหตุส่วนใหญ่ ก็จะมีการลืมเปิดไฟทิิ้งไว้, รถไฟรั่ว, ไดชาร์จมีปัญหา ทำให้ ค่า CCA หายไปอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อมีการชาร์จไฟเข้าไปในแบตเตอรี่เพิ่มแล้ว แบตเตอรี่ลูกนั้น จะมี ค่า CCA ที่สูงขึ้นมา จนทำให้สามารถสตาร์ทรถได้ และแบตเตอรี่สามารถเก็บไฟได้ปกติ ไม่เหลือต่ำกว่ามาตรฐานแบบอาการของแบตเตอรี่เสีย  (ถ้าแบตเตอรี่ อายุ ไม่ถึง 1 ปี และมีอาการแบบนี้ สันนิษฐานได้เลยว่า แบตเตอรี่ไฟหมดครับ)
นี่คืออาการเบื้องต้น เกี่ยวกับลักษณะของ อายุแบตเตอรี่ แบบต่างๆ คร่าว ลูกค้าควรเข้าตรวจสอบโดยร้านที่เชื่อถือได้ เมื่อมีอาการผิดปกติ ทุกครั้ง

มีข้อสงสัยเพิ่มเติม เกียวกับ แบตเตอรี่รถยนต์ สอบถามได้ที่ แบตเตอรี่โอเค จำหน่ายแบตเตอรี่รถยนต์ ราคาถูก ติดตั้งถึงที่ มาตรฐานศูนย์บริการ

089-3262221, 086-8633331, 02-7226441

error: โอ๊ะโอ